![]() |
|
Spaces home Patzh >> I'd rather danc...PhotosProfileFriends | ![]() |
Critic >> Pippin ที่สุดคือจุดเริ่มต้น...ละครเวทีสุดตระการตาโดย Bangkok arts theater ร่วมกับภาควิชาศิลปะการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
เสนอ ละครเพลงบรอดเวย์เรื่อง "PIPPIN"
***หมายเหตุ***
- ผมดู Pippin รอบ 19.30 น. ของวันที่ 2 กันยายน 2549 - ก่อนที่ผมจะดู Pippin ผมได้ไปดู "เทพนิยำ คนอลหม่าน นิทานอลเวง" ซึ่งเป็นละครประจำปีของคณะนิเทศศาสตร์จุฬาฯ
- แล้วละครเวทีเรื่อง เทพนิยำ มันบันเทิงมาก จนอาจจะทำให้มีปัญหาในขณะที่ดูเรื่อง Pippin - บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวจริงๆ โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล
ผมเดินเข้าสู่โรงละครด้วยความเอิบอิ่มและความสดใสหลังจากที่พึ่งชมละครเวทีเรื่อง"เทพนิยำ ตนอลหม่าน นิทานอลเวง" ของคณะนิเทศศาสตร์จุฬาฯมา
ทำให้ผมนั้นรู้สึกกระปรี่กระเปร่า ซักพักหนึ่ง รวมไปถึงผมได้เห็นวงดนตรีชุดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้างเวทีอันอลังการที่ถูกปิดไปให้อยู่ในความมือมิด เพื่อที่จะรอผู้ชมเข้ามาเสพสรรพสิ่งที่จะเกิดขึ้นในบทต่อไปของละครที่กำลังจะเริ่มเล่นต่อไป... Pippin เริ่มแสดงตามเวลาที่กำหนด โดยที่ละครเรื่องนี้อย่างที่ได้เกริ่นน้ำไว้แล้วว่าเป็นละครบรอดเวย์ ผมเชื่อว่าต้องเป็นเรื่องราวที่สนุกสนานและให้แง่คิดดีๆ อย่างที่ผมนนั้นเคยได้จากละครเวทีของภาควิชานี้(ที่ผมเคยผ่านตามาก็คือ M Butterfly ที่มีเนื้อหาและประเด็นดีมากทีเดียว)
เปิดฉากแรกที่เปิดเจ้าของโชว์ที่เนผู้เล่าเรื่องทั้งหมดด้วยชุดสีขาวบทฉากอลังการพร้อมกับเวทีที่ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้เนื้อที่ข้างใต้ของเวทีในการแสดงได้ ฉากหลังที่เป้นดั่งตู้กระจกที่สามารถจะเปิดเข้าออกรวมไปถึงย้ายมันออกไปจากเวทีนั้นได้ (นับว่าเป็นฉากที่ดูดี และสร้างสรรค์มากทีเดียว)
แล้วทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นบนเวที ที่เต็มไปด้วย The Crown ที่พยายามสร้างความบันเทิงให้กับคนดูเพื่อที่จะเปิดตัวของ Pippin ให้กับผู้ชม
และมาถึงฉากเปิดตัวฉากนี้สามารถใช้ศักยภาพของเวทีออกมาได้อย่างครบถ้วน โดยการที่นำตัวละครออกมาจากภายในกล่องที่ถูกเจอพื้นข้างล่างเรียนร้อยแล้ว ก่อนที่จะกล่าวถึงความสำเร็จทางด้านการศึกษาของปิ๊ปปิ้น ที่ถือว่าเป็นสิ่งแรกที่ปิ๊ปปิ้นนั้นได้คนพบ
แต่...ชีวิตเรามันต้องมีอะไรอีกซิน่า
ปิ๊ปปิ้น ออกจากมหาวิทยาลัยแล้วกลับมายังเมืองของตนเอง ที่มีพ่อเป็นกษัตริย์ปกครองอยู่ และขณะนั้นกำลังจะมีศึกสงคราม และแน่นอนปิ๊ปปิ้น เข้าร่วมทำสงคราม และก็ได้รับชัยชนะอย่างที่เป็นอยู่
เพียงแต่ว่ารสชาติของชัยชนะ มันก็คงไม่ใช่สิ่งที่เค้าแสวงหาซักเท่าไหร่ เค้าแสวงหาสิ่งที่เค้าต้องการ มันคืออะไรกันแน่ ความสุข หรือ แล้วมันคืออะไรกัน อำนาจ ความเป็นธรรม เรื่องราวมากมายที่กำลังรอให้เค้าคนหากับบุลคลต่างๆอีกมากมายทั้งหลาย ทั้งย่าของเค้า รวมไปถึงการก่อการกบฎ เพื่อที่จะมอบความชอบธรรมให้กับประชาชน จนทำให้เค้าเห็นว่า มันไม่มีความเป็นธรรมเท่าไหร่หรอก บนโลกใบนี้ และปิ๊ปปิ้น ก็ละทิ้งแล้วแสวงหาสิ่งที่เป้นตัวเอง สิ่งที่ตัวเองนั้นต้องการ ทั้งการทำศิลปะ ต่างๆแต่มันก็ไม่ใช่หนทางที่ปิ๊ปปิ้นนั้นต้องการเอาเสียเลย
จนมาพบกับแม่ม่ายลูกติดอย่างแคทเทอรีนในช่วงเวลาที่ปิ๊ปปิ้นนั้นหมดหวังอย่างที่สุด เค้าไม่ต้องการที่จะทำอะไร นอกจากอยู่บนเตียง และนอนอย่างไร้จุดหมาย แม้แต่ลูกชายของแคททอรีนมาเล่นกับเค้า พร้อมกับนำเป็นที่เค้าเลี้ยงไว้มาทำความรู้จัก ปิ๊ปปิ้นก็ไม่แยแส จนกระทั่งมาถึงวันนึงที่เด็กน้อยนั้นสูญเสียเป็ดที่เค้าเลี้ยงไป แล้วสูญเสียความร่าเริงไปพร้อมกับมัน ปิ๊ปปิ้นจึงได้ทำทุกอย่างให้เด็กน้อยนั้นกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนดั่งเดิม โดยที่เนเรื่องที่น่าประหลาดใจของแคทเทอรีน มาก
ปิ๊ปปิ้นอาศัยอยุ่กับแคทเทอรีน เป็นเวลานาน นานเพียงพอที่จะเกิดความรู้สึกดีๆเกิดขึ้นกับเค้า แต่ทุกอย่างก็ไม่เป้นดั่งใจ เพราะว่าสุดท้ายแล้วเจ้าของโชว์คนนั้น ไม่ต้องการให้แคทเทอรีนเกิดความรู้สึกใดใด กับปิ๊ปปิ้น
แล้วยังไงหละ...
ทุกอย่างก็พามาถึงฉากจบอันวิเศษ ที่เจ้าของโชว์นั้นประคนมาให้ปิ๊ปปิ้น ได้แสวงหาความสุขที่ตนนั้นต้องการ ความหมายของชีวิตที่ปิ๊ปปิ้นนั้นแสวงหาชั่วชีวิต ฉากจบอันวิเศษนั้นไม่ใช่อะไรนอกจากการที่ให้ปิ๊ปปิ้นลงไปนอนบนกองเพลิงที่พร้อมจะแผดเผากายของเค้าให้เป็นเถ้าธุลี เพียงแต่ ปิ๊ปปิ้นนั้นไม่ได้ต้องการฉากจบแบบนั้นเสียแล้ว เมื่อแคทเทอรีนและลูกชายของเธอเดินออกมา แล้วปิ๊ปปิ้นก็พร้อมจะเลือกเธอ
ทุกอย่างกับสู่สามัญ ไม่มีฉากอันสวยหรู ไม่มีดนตรีบรรเลง ไม่มีเสื้อผ้าที่สวยงาม ไม่มีแม้แต่ไฟที่จะสาดส่องพวกเค้าให้เฉิดฉาย มีเพียงเค้าทั้ง 3 จับมือกัน ในฉากจบที่สุดแสนจะสามัญ
จบด้วยความหมายง่ายๆของชีวิต
ความรัก...
Comment
- เรื่องแรกเลยที่มีปัญหามากๆสำหรับการดูละครเรื่องนี้ คือไม่มีช่วงจังหวะหยุดพักของคนดู ด้วยเนื้อหาสาระที่เกิดขึ้น อาจจะเป้นเพราะฉากที่พร้อมจะเอามาใช้ได้ทุกเมื่อ เลยทำให้ไม่มีการพักของนักแสดงและคนดู บางทีจึงยังไม่มีการเรียนเรียงความคิดหลังจากที่ดูในแต่ละฉากเสร็จ ทำให้เกิดการล้าในบางช่วง (โดยเฉพาะช่วงกลางๆที่ปิ๊ปปิ้นนั้นทำการกบฎ ต่อพ่อของตนเอง นั้นมีเนื้อหาข้องข้างเยอะและควรจะมีช่วงพักลำดับความคิด) รวมไปถึงไม่มีเบรคขั้นกลางให้พักเหนื่อยกันเสียด้วย ถ้ามีเบรคขั้นกลางอาจะทำให้มีความสุขมากกว่านี้ก็เป้นไปได้ - เรื่องของเพลง เกิดการเปรียบเทียบในเรื่องของเพลงประกอบในการเล่าเรื่อง เพราะละครเวทีของจุฬา ก็ดันเป็นละครเพลงและเป็นละครเพลงที่ดีอีกตะหาก มันเลยเกิดข้อเปรียบเทียบไล่มาได้ดังนี้ 1. เรื่องของการร้อง ที่ต้องเปล่าเสียงร้องออกมานั้น นักแสดงมีปัญหาในการควบคุมเสียงมาก อาจจะเป้นเพราะต้องเดินไปร้องไปด้วยกระมัง แต่ในเรื่องนี้มีนักแสดงคนนึงที่เสียงดีจริงๆนั่นก็คือคุณพิจิตา (ลูกหว้า ดูบาดู) ที่ร้องเสียงออกมาได้ดีเสียจริง 2. เรื่องของการเรียบเรียงเพลง ดนตรีดี แต่มีปัญหาที่เนื้อร้อง เนื้อร้องไม่สามารถที่จะบ่งบอกรวมไปถึงนำพาเราไปยังเรื่องราวที่ต้องการจะบ่งบอกได้ดีเท่าที่ควร ทั้งที่ละครเพลงควรจะใช้เพลงให้เป้นจุดแข็งในการเล่าเรื่อง ก็ถือว่ายังไม่ดีนักในจุดนี้ (แต่ก็พอทำใจได้เพราะรู้ว่ามันทำยาก) 3. จังหวะปล่อยเพลงมาในเรื่องนั้นดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ บางจังหวะอาจจะดูพร่ำเพื่อไปบ้าง แต่ก็พอรับได้ในบางจังหวะ ถ้าใช้วิธีการพูดธรรมดานั้นอาจจะดีเสียกว่า - เรื่องราวของดนตรีที่มีในเรื่อง มีปัญหามาก คือดนตรีนั้นรกเกินไปบางจังหวะนั้นไม่มีเสียงดนตรีก็ได้ แต่เรื่องนี้จะมีดนตรีคลอตลอดจนบางทีนั้น เนื้อหาที่สำคัญที่นักแสดงกำลังจะบอกกล่าวกับผู้ชมนั้นดูด้อยลงไป แต่ก็ขอชมวงดนตรีวงนี้ที่แสดงได้ดีและ ไพเราะมากๆในบางฉาก - การแสดง ชื่นชมผู้ที่แสดงเป็นเจ้าของโชว์จริงๆ เพราะว่าเรื่องนี้คือเรื่องของเค้า เค้าแสดงได้บทบาทและดึงความสนใจของเราไปได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยที่นักแสดงหลายๆคนก็เล่นดี โดยเฉพาะกลุ่ม dancer ที่ทำหน้าที่ได้ดีจริงๆ ยอมรับเลย คุณย่าของปิ๊ปปิ้นรวมไปถึงคุณลูกหว้าที่รับบทเป็นแคทเทอรีน เทอแสดงได้ดีจริง การแสดงของเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นหน้าตาของละครโดยแท้ แต่ในบางการแสดงก็ดูเยิ่นเย้อไปบ้าง ก็ให้อภัยกันได้ - เรื่องของ stage ผมชอบมากเลยครับ สำหรับ เรื่องของเวทีที่ถูกทำขึ้นในละครเรื่องนี้ มันแสดงให้เห็นและถูกใช้ได้เต็มศักยภาพของนักแสดงและ เรื่องราวทั้งหลาย มันช่างดูง่ายและยอดเยี่ยมจริงๆ
โดยรวม ผมยังชอบความบันเทิงในรูปแบบนี้ แต่เรื่องนี้แล้วเนื้อหา เป็นสิ่งที่สำคัญรวมไปถึงการที่แสดงออกว่าเป็นบรอดเวย์ มันยังทำได้ไม่ถึงจริงๆ ในความรู้สึกของผม ถ้าหากว่ามันดีกว่านี้ มันจะเป็นละครที่สนุกและมีประเด็นเนื้อหาที่แฝงข้อคิดต่างๆนานาเอาไว้ให้กับผู้ชมมากมายเลยทีเดียว
ป.ล.
- ช่วงนี้งานเยอะ
- ความซวยเยอะ - โทรศัพท์เจ๊งสนิทแล้วนะครับ - seasonschange 4 วันได้ไป 35 ล้านแล้วครับ เตรียมฉลอง 50 ล้านกันได้เลย - ละครเวทีวารสาร มธ. "ขบวนการ 5 สี V-Ranger" สนุกครั้ง ชอบนะดูบันเทิงดี เต็ม 5 ผมให้ 3.5 อะ - ส่วนละครเวทีของนิเทศจุฬาฯ "เทพนิยำ คนอลหม่าน นิทานอลเวง" เพลงดีมากครั้ง แล้วก็สนุกสนานตามแบบนิเทศ เต็ม 5 ให้ 4 เลยอะ (ถ้ามีตังจะซื้อ CD) - อยากดูหนังมากเลย หนังมีให้ดูเยอะเหลือเกิน - หนังสือ Behind-the-scene Novel ของ Seasonschange เขียนดีมากเลยแนะนำๆ - อะไรที่เค้าว่ากูเป็น...กูไม่ได้เป็นซักอย่างเลย
- วันที่ 9 เดือน 9 ไปดู"ด้วยเกล้า" - คิดถึงสิ่งที่เคยบอกไว้
help >> somebody need someone help?ครั้งนี้จะเป็นการอัพสเปซเพื่อที่จะทำให้วงการเพลงไทยดีขึ้น
และอัพเพื่อที่จะช่วงเหลือวงดนตรีไทยวงหนึ่งที่กำลังสร้างผลงานดีๆให้พวกเราๆได้ติดตาม เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2549
ได้มีการจัดงานคอนเสิร์ต"โคตรอินดี้ ครั้งที่ 4" ขึ้นที่ท่าเรือกรุงเทพฯ
โดยที่ในงานนี้มีวงดนตรีที่เป็นความหวังของวงการเพลงไทยที่กำลังเฝ้ารอความหวังเหล่านั้นอยู่
วงดนตรีวงนั้นชื่อวง"ภูมิจิต"
บทเพลงที่ถูกเขียนผ่านมุมมองของผู้คนที่อยู่ภายในสังคม บทเพลงที่ถูกขัดเกลาเพื่อที่จะสะท้อนความเป็นตัวตน
และบทเพลงที่ทำให้ความเราได้เข้าใจพื้นที่ของเรามากขึ้น
ความหวังเล็กๆของวงดนตรีภูมิจิตที่ต้องการจะนำเสนองานของตนเองออกมาโดยที่ไม่ผ่านค่ายใดๆ เริ่มเกิดอุปสรรค์
ซึ่งอุปสรรค์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นก็คือเรื่องของ"เงิน"ที่กำลังจะหมดลงไปทุกวันและทุกวัน แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดความพยายามของเค้า
เสื้อที่ถูกออกแบบมามีข้อความว่า "Found and lost and poomjit and found and lost and lost and lost and lost..."
ได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับวงเพื่อที่จะมาทำการบันทึกเสียงของอัลบัมเต็มชุดแรกของวง ในราคาตัวละ 200 บาท
โดยที่มีความตั้งใจว่าจะได้เวทีโคตรอินดี้ในการเล่นและขอความช่วยเหลือในการสนับสนุนตรงจุดนี้ ต่อจากข้อความนี้เป้นต้นไปนี่คือข่าวร้าย...
วงดนตรีภูมิจิต ได้ถูกจัดวางตารางไว้ในช่วงที่จัดได้ว่ายอดเยี่ยมเป้นวงที่เล่นก่อนวง playground และ paradox ถึงแม้ว่าตามตารางนั้นจะอยู่ดึกซักนิด แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่าแรงดึดดูดของวงดนตรีอย่าง playground และ paradox จะทำให้ผู้ชมนั้นอยุ่ดูวงเค้าก่อนที่ได้ชมวงโปรด และได้ทำความรู้จักกับเพลงของเค้าก่อนที่จะตัดสินใจในการช่วยเหลือ
เรื่องน่าเศร้าที่สุด ภูมิจิต ได้เล่นเวลา 24.00 น. ซึ่งในขณะนั้นตำรวจ ส.น.ท่าเรือได้เข้ามาและขอให้ผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีนั้นออกจากงาน
ทุกอย่างคิดว่าจะจบลงแค่นั้น แต่เมื่อตำรวจนั้นต้องการที่จะขอให้ยุติงานคอนเสิร์ตโคตรอินดี้ 4 ลง แฟนเพลงทุกคน ผู้จัดงาน ศิลปิน ต่างมีความรู้สึกคล้ายคลึงกัน นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เคยเกิดมาแล้วในโคตรอินดี้ครั้งที่ 2 ซึ่งได้มาเกิดซ้ำในครั้งนี้และเกิดขึ้นกับวงที่ทุกๆคนต้องการที่จะเห็น และมีความสำคัญของงานนี้ ทำให้ความรุ้สึกของทุกคนนั้นย่ำแย่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่อยากที่จะให้เกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
และพอเกิดเหตุการณ์นี้ทำให้สถานการณต่างๆได้ย่ำแย่ลงเมื่อยอดขายเสื้อของวงก็ไม่ดีนัก และเงินที่เอามาทำการบันทึกเสียงก็ใกล้จะหมด
ที่แนบมากับการอัพเดทสเปซในครั้งนี้ก็คือจดหมายเปิดผนึกที่พุฒิยศ ผลชีวิน ได้แจกจ่ายให้กับทุกคนเพื่อที่จะให้ทุกคนเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ที่เค้าได้ทำเสื้อออกมา
ซึ่งจดหมายฉบับนั้นผมก็ได้แนบมาเป้นลิงค์ไว้ข้างล่างให้ได้อ่านกัน
ผมหวังว่าการอัพสเปซครั้งนี้คงจะมีคนที่สนใจ และอยากจะเห้นวงการเพลงไทยมีวงที่ผลิตชินงานดีๆให้เราได้ฟังกัน
อย่าให้เค้าต้องหายไปจากวงการเพลงบ้านเราอีกเลย
lost and found
found and lost and poomjit ปัจฉิมลิขิต ๑
- สามารถติดตามฟังงานของวงดนตรีภูมิจิตได้ที่ http://www.myspace.com/poomjit
- เสื้อ found and lost มี 2 สีคือสีดำและครีม
ปัจฉิมลิขิต ๒
- คอนเสิร์ตโคตรอินดี้ 4 เครื่องเสียงห่วยแตกมาก
- Ten 2 Twelve เล่นได้ดีนะ แต่รู้สึกว่าจะมีอาถรรพเพลง ปุ้น... เล่นทีไรมีปัญหาทุกที - แม่งมีตีกันตอน Supersub เล่นเบื่อมั้ยอะ - อากาศรอนมาก ร้อนอย่างอบอ้าวเลย ข้างนอกโกดังแม่งเย็นกว่าเห็นๆ - Dorothy เล่นมันส์ดีคับ เช่นเดียวกับ peanuty - พี่ตุล พุทธมลฑล โปรเจค กางเกงซิปแตกก่อนเล่น ต้องไปซื้อกางเกงที่โลตัสมาใส่เล่น - โคตรหรรษาออกวางแผงแล้วนะ อุดหนุนกันได้ Track 7 : 7am ของวงพุทธมณฑล โปรเจค เค้าว่าเพราะกันนะ อิอิ ปัจฉิมลิขิต ๓
- ผู้ที่มีพวกมากมักจะไม่ใช่ปัญญาในการแก้ไขปัญหา และผู้มีพวกมากมักจะใช้พวกพ้องในการสร้างปัญหา - ผู้ที่มีปัญญารู้ตนว่าอะไรควรไม่ควร แต่ผู้ไม่มีปัญญาอาศัยกำลังวังชาในการตอบสนองความต้องความเหนือกว่าเพื่ออยู่รอดโดยสันดาน ดังเดียรัจฉาน - ผู้มีสติสามารถควบคุมจิตใจของตนรู้จักขอบเขตของตน แต่ผู้ที่เดินอย่างกร่างและไร้สติมันจะตายก่อนเวลาของตนเพราะไม่รู้จักหยุดเพื่อเดินต่อ - ผู้ที่ชนะมักจะไม่แสดงออกว่าตนนั้นเก่ง แต่ผที่แพ้แล้วพาลจะพยายามสร้างความเก่งด้วยฝีปาก ปัจฉิมลิขิต ๔
- United 93 เป็นภาพยนตร์ที่ถูกสร้างจากเหตุการณ์ 9/11 เรื่องแรกและเป้นเรื่องที่ยอดเยี่ยม รุ้สึกจริง และน่าติดตามมากๆ ถ้าใครสนใจยังพอมีเวลาที่จะไปตามดูกันได้
เป็นภาพยนตร์แนะนำอีกเรื่องนึงที่ไม่ควรพลาด - Sad Movie ภาพยนตรเกาหลีที่บอกกับผมทุกครั้งว่าถ้าผมไปดูต้องร้องไห้ เพราะคำว่าถ้าไปดูต้องร้องไห้ กับความที่มีชื่อเรื่องว่า Sad Movie มันเลยทำให้ผมนั้นไม่รู้สึกเศร้าโศกจนต้องเสียน้ำตา เพราะเหมือนรู้อยู่แล้วว่าผมต้องมาดูเรื่องเศร้า แต่เรื่องที่น่าชมมากกว่านั้นคือการจับเรียงเรื่องของคนทั้ง 4 คู่ให้มาบรรจบกันได้ น่าสนใจ ในเรื่องของมุมมองการจากลาอย่างยิ่ง - โกยเถอะโยม หนังที่มีปัญหามาก แต่ตอนนี้ก็โกยรายได้ไปมาก นี่คือหนังตลกที่ตลก ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก หนังตลก ถ้ามันตลกก็พอแล้ว หนังมีสาระแฝงอยู่นิดหน่อ พอเป็นแกนของเรื่อง ถ้าหากว่าไม่คิดอะไรก็ไปดูได้นะ (ได้ข่าวว่าล่อไป 70 ล้านแล้ว)
ปัจฉิมลิขิต ๕
- Seasons Change...เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ถ้าใครชอบเพื่อนสนิทเป็นเรื่องที่ไม่ควรพลาด....ถ้าคุณรักดนตรีแคลสสิค ยิ่งต้องดู.... ถ้าคุณรักเพื่อนสนิทที่อยุ่ข้างๆ พาเค้าไปดูซะ.... ถ้าคุณแอบรักลีดมหาลัยแต่ไม่กล้าบอกต้องไปดูให้จี๊ด....ถ้าคุณชอบผ้ชายหล่อๆ เรื่องนี้รับรองว่าสาวกรี๊ดดด....ถ้าคุณชอบเจ๊แตนจากเพื่อนสนิทเรื่องนี้เจ๊แกก็มาป่วน....ถ้าคุณชอบนางเอกของเรื่องทั้ง 2 คนเพราะว่าสวย เรื่องนี้ก็สวยทั้งเรื่อง.....แต่ถ้าคิดชอบนางเอกทั้ง 2 คนเพราะน่ารัก เรื่องนี้ก็น่ารักทั้งเรื่องอีกนะแหละ.....ถ้าคุณอยากจะไปดู ก็ไปดูเถอะครับ....หนังอบอุ่น อบอวน และฮัดเช่ย...เพราะมีคนคิดถึงหรือว่า....เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย 31 สิงหาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
ปัจฉิมลิขิต ๖ - อยากดู Running Boy (Marathon) เหลือเกินถ้าทางรอบจะเหลือน้อยมาก - Snake on the plane นี่ต้อดู ไม่น่าพลาดอีกเช่นกัน - บ่อยครั้งที่ความสุขมักจะจบลงเพราะตำรวจ - ถึงน้องยูส สีเขียว - ไปเบลเยี่ยม เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเยอะๆนะน้อง เพราะประสบการณ์ที่นี่ไม่ค่อยมีให้หา - อะไรที่เค้าว่ากูเป็น...กูไม่ได้เป็นซักอย่างเลย
- ย้ำอีกครั้ง 31 สิงหาคมนี้ Seasons Change....เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย - คิดถึงสิ่งที่เคยบอกไว้
tales >> Assajan Universe***คำเตือน***
เนื้อหา ถ้อยคำรุนแรง ไม่เหมาะแก่ผู้ที่มีอคติ และร้อนตัว
ขอบคุณอีกครั้ง
องก์ 1 : เรื่องราวความสัมพันธ์ของปากกากับกระดาษ ( The Pen for created in right place ) pen (เพน) n. ปากกา
paper (เพ'เพอะ) n. กระดาษ ผมไม่แน่ใจว่าปากกาเกิดขึ้นเมื่อไหร่บนโลกใบนี้ ผมรู้แค่เพียงปากกาสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้อย่างมากมาย เป็นเครื่องมือที่ใช้ช่วยเหลือในการสื่อสาร เพื่อให้การสื่อสารเกิดประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดการเข้าใจในสิ่งที่ต้องการจะบอกเล่าอย่างมากมาย ใช้เขียนเพื่อจดจำเรื่องราวดีๆ ใช้เน้นย้ำ ลำดับความคิดความสำคัญ และอื่นๆอีกมากมาย แต่มันจะใช้งานได้เมื่อไหร่ละ?
เพราะฉะนั้นปากกาก็เลยต้องเกิดมาคู่กับกระดาษ
กระดาาโดยสายตาของผู้มองมักจะเป็นสีขาวหรือสีสดใสเพื่อที่จะเอาไว้รองรับน้ำหมึกของปากกา เพื่อที่จะบันทึกเก็บรวบรวมเรื่องราวต่างๆ
ถ่ายทอดจินตนาการออกมาเป็นรูปภาพ กระดาษโดยทั่วๆไปแล้วนั้น มันจะมีใว้สำหรับพิมพ์ เขียน หรือบรรจุสิ่งของต่างๆ แล้วแต่ว่าอัตถประโยชน์ของมัน ว่าเหมาะสมที่จะใช้ในงานลักษณะไหนเช่นกัน กระดาษไม่ใช่ว่าจะสามารถเก็บบันทึกเรื่องราวหรือสิ่งดีๆได้เสมอไป มันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของกระดาษกับปากกา ว่าจะเข้าคู่กันได้หรือไม่ ต่อให้ปากกานั้นดีแค่ไหน
แต่กระดาษไม่มีศักยภาพในการบันทึกด้วยปากกาเหล่านั้น กระดาษแผ่นนั้นก็ไม่ต่างกับขยะไร้ค่าที่คละคลุ้งอยู่ทั่วไป หรือต่อให้กระดาษดีเพียงไหน ถ้าปากาไม่มีความสามารถที่จะขีดเขียนน้ำหมึกออกมาได้
กระดาษก็ยังคงเป็นกระดาษแผ่นที่เฝ้ารอคุณค่าในตัวมันต่อไป
องก์ 2 : เรื่องราวความสัมพันธ์ของการเลี้ยงดู องคชาต และสันดาน (Root of penis in subcouscious) Penis (พี'นิส) n.องคชาต
subcouscious (ซับคอน'ซัส) adj. จิตใต้สำนึก ตามทฤษฎีจิต-เพศของซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) นักจิตวิทยาชาวยิว เชื่อว่ามนุษย์มีแรงขับทางเพศหรือเรียกกันง่ายๆว่าตัณหา
ที่มันจะกระจายไปตามส่วนต่างๆของร่างการในช่วงอายุที่แตกต่างกัน ซึ่งสิ่งเหล่านั้น ถ้าหากว่าไปเกิดแล้ว มีการติดตรึง ก็จะมีผลต่อพฤติกรรมที่ถูกแสดงออกในปัจจุบัน และผลที่ทำให้เกิดพฤติกรรมเหล่านั้นมันจะเกิดจากการไม่ได้รับความสุข ความอบอุ่น อย่างเพียงพอในวันเด็ก จึงทำให้เกิดปมต่างๆที่ติดตัวมาในปัจุบัน ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะถูกพัฒนาและเข้าไปสู่จุด ที่ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้หรือที่เราเรียนกันอย่างกว้างขวางว่า"สันดาน"
เรื่องราวต่างๆถูกเชื่อมโยงอย่างคาดไม่ถึงระหว่างทฤษฎีจิต-เพศของซิกมันด์ ฟรอยด์ และ ภาพลักษณ์ที่ถูกซ่อนเร้น ที่คนเหล่านั้นพยายามปกปิด
เพื่อที่รักษาภาพลักษณ์ของตนเองเอาไว้ (Ego-Defensive) แต่ในบางครั้งก็อาจจะเปิดเผยตนเองออกอย่างไม่ทันตั้งใจ จนทำให้คนอื่นสังเกตุเห็นสิ่งที่ถูกกลบเกลื่อนเหล่านั้น (Blind Self) พฤติกรรมที่มีผลมาจากการติดตรึงที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยที่จะยอมรับซักเท่าไหร่ก็พวกก้าวร้าว บ้าอำนาจ ชอบพูดจาเยอะเย้ยถากถาง ติดเหล้า บุหรี่
พวกนี้สมัยก่อนได้รับการดูแลโดยที่ถูกละเลยการใช้ปาก เออ... ละเลยการใช้ปากในการหาความสุข เช่นกิน ดูด แทะ ก็เลยมีพฤติกรรมเช่นนี้แอบแฝงและติดตรึง จนจัดหมวดหมู่เข้าไปอยุ่ในขั้นที่ถูกเรียกว่าสันดาน
แล้วเกี่ยวยังไงกับองคชาต?
ใช่ครับ ต่อไปนี้คือคำตอบ จากทฤษฎีทางด้านจิต-เพศของฟรอยด์ ได้กล่าวให้เห็นถึงขึ้นที่อวัยวะเพศนั้นไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ไม่ค่อยได้สัมผัส
หรือมีความสุขกับอวัยวะเพศของตนเอาเสียเท่าไหร่ ถ้าหากว่าเป็นผู้ชายนั้นทำให้เกิดปมที่เรียกว่า "ปมออดิปุส" นอกจากนั้น ยังกลัวที่จะถูกอวัยวะเพศอีกตะหาก ซึ่งพวกนี้ถ้าหากว่ามันติดตรึงมาก็จะกลายเป็นพวกชอบอวดอวัยวะเพศของตนเอง ดังเช่นว่า ***มีเจี้ยว เป็นต้น
นี่คงเป็นปัญหาจากการเลี้ยงดูจนทำให้เกิดพฤติกรรมติดตรึงจนกลายเป็นสันดาน และคงยากที่เป็นสันดานแล้วมันจะจางหายไป นอกเสียจากที่คุณจะซ่อนมันเอาไว้ให้ลึกที่สุด พยายามเข้านะ องก์ 3 : อัศจรรย์ จักรวาล (Amezing Universe) ความอัศจรรย์ของจักรวาลมีอยู่มากมาย แล้วที่อัศจรรย์ที่สุดก็ไม่ใช่อื่นไกล คือพวกเราเหล่ามนุษย์ปุตุชน กลไลมหัศจรรย์ของธรรมชาติได้สร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้ ปองกัน ควบคุม ชีวิตให้อยู่ในระบบที่ควรจะเป็น เพียงแค่เราเข้ามาใช้มันก็จะเกิดความสมบูรณ์ในตัวของมันเอง
แล้วพวกเราทั้งหลายก็ภูมิใจในร่างกายที่เรามาสิงสถิตย์อยู่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของความอัศจรรย์ใหม่ๆที่จักรวลาสร้างขึ้นให้กันมนุษย์อีกครั้ง
ความภาคภูมิใจในตนเองนี่แหละครับคือจุดเริ่มต้นของสิ่งอัศจรรย์สิ่งใหม่ในจักรวาล ที่พยายามจะกระทำสวนทางของกายวิภาค และสติปัญญา
ที่พยายามจะสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ ที่ไม่มีอคติ มีการยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน มองเห็นสิ่งถูกตองเป็นเรื่องที่น่ายินดีและกระทำ และสิ่งที่ผิด คือสิ่งที่ต้องแก้ไข และปรับปรุง ถ้าเป็นอย่างที่พูดไว้ก็คงจะเป็นสังคมในอุดมคติของโลก แต่กลับกลายเป็นว่ามนุษย์ทั้งหลายนั้นกลับอยู่ในโลกภายใต้ภาวะของ ความภาคภูมิใจในตนเอง จนลืมสิ่งที่ถูกต้อง ที่ควร ที่พึงกระทำไปเสียหมด เหลือเพียงแค่ตนเองเป็นจุดศูนย์กลางที่สุดแสนจะอัศจรรย์ แต่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดและน่าสนใจอีกอย่างนึงก็คือเรื่องของการภาคภูมิใจในตนเองนั้น ส่วนใหญ่นั้นจะเกิดกับผู้ที่จัดได้ว่าควรจะมีวุฒิภาวะเพียงพอแล้ว
ที่แสดงพฤติกรรมยึดตนเองเป็นหลัก และไม่สามารถมองความคิดต่างๆในมุมมองของผู้อื่นได้ ซึ่งแท้ที่จริงพฤติกรรมเหล่านี้จัดว่าเป็นพฤติกรรมของเด็กอายุ 2-7 ขวบเท่านั้น ซึ่งพฤติกรรม เหล่านี้ไม่ควรจะมาเกิดกับบุคคลที่อายุเกินวัย 15 ปีแล้ว เพราะคนที่อายุ 15 ปีควรจะมีการพัฒนาทางด้านจริยธรรมอย่างเพียงพอ และควรจะมีวิจารณญาณของตนเอง แยกแยะได้ว่าอะไรคือความถูกต้อง ความยุติธรรม แต่เรื่องราวทางด้านจริยธรรมนั้นก็ขึ้นอยู่กับการสั่งสอนของสถาบันต่างๆที่ขัดเกลากันมา ก็ไม่สามารถที่จะโทษบุคคลนั้นเพียงฝ่ายเดียวได้
เรื่องอัศจรรย์เหล่านี้ เกิดได้ในทุกจักรวาลที่มีมนุษย์อาศัยเสียจริง องก์ 4 สรุป : สุดท้ายก็คือนิพพาน (Final : The End for Nirvana)
เรื่องราวที่ไม่สามารถที่จะปล่อยวางได้บนโลกใบนี้ รวมไปถึงพฤติกรรมเหล่านั้น ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากการเรียนรู้ ขัดเกลา แต่ท้ายที่สุดผลก็มาตกอยู่ที่ผู้แสดงออก ที่จะเปิดเผยตนเองให้คนอื่นรับรู้ได้อย่างไร โดยวิธีการแต่ละคนไม่เหมือนกัน และผลที่จะได้รับไม่เหมือนกัน ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้ แต่คงต้องใช้เวลามาเสียจนชั่วชีวิตหนึ่งคงไม่เพียงพอ จงไปตายซะ
และอย่าไปเดือดร้อนนรกหรือสวรรค์ ทางที่สมควร ไม่ต้องกลับมาเกิดใหม่ น่าจะเป็นเรื่องราวและทางออกที่ดีที่สุด ป.ล.
- DVD Invisible Waves ไฟแม่งไหม้ หมอกลงตลอดเวลา หมอกของศีลธรรมจัญไร นะครับ
- สอบเหลือตัวสุดท้ายตัวเดียว
- บทความที่เจ็บแสบที่สุดนับตั้งแต่เคยเขียนมา แต่ใครจะเข้าใจความหมายมั้ย
- ถึงน้องกิ๊ฟ สีเขียว - ไปอเมริกา เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเยอะๆนะน้อง เพราะประสบการณ์ที่นี่ไม่ค่อยมีให้หา
- ถึงแพรว มึงอย่าไปคิดอะไรมาก ทำตอนนี้ให้เต็มความสามารถดีกว่า สู้เว่ย!!
- วันที่ 8 สิงหาคม วงดนตรีภูมิจิต มีเล่นสดที่ U-Center 5 โมงเย็นอย่าพลาด
- 19 สิงหาคม นี้โคตรอินดี้ 4 พบกับวงดนตรีภูมิจิตและวงอื่นๆอีกมากมาย
- 3 สิงหาคม วันเกิดออย รัฐศาสตร์ จุฬาฯ 20 แล้วนะจ๊ะ อิอิ^^
- อยากดู Season Change ใจจะขาด
- ได้ข่าวว่า"โกยเถอะโยม"จะโดนแบบ มึงจะบ้าไปแล้วเหรอวะ
- อะไรที่เค้าว่ากูเป็น...กูไม่ได้เป็นซักอย่างเลย
- คิดถึงสิ่งที่เคยบอกไว้
story >> The Mirror Radio1.
21.49 น.
"ก็มาถึงช่วงสุดท้ายของก้อยแล้วนะค่ะ ก็ฝากเพลงสุดท้ายเอาไว้ให้เพื่อนๆฟังด้วย
และกลับมาเจอกับก้อยใหม่วันพรุ่งนี้ ทุ่มครึ่ง ถึง สี่ทุ่ม เช่นเดิมค่ะ...."
"อยู่คนเดียวทุกครั้ง....ต้องเปิดเพลงดังๆอาไว้คลายเหงา"
ปึ๊ก....
***เบื่อวะ....
ในมุมหนึ่งของห้องสี่เหลื่ยมผืนผ้าขนาน 4x5 เมตร มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่นั่นมากมาย
และหนึ่งในนั้นถูกเรียกว่า "มนุษย์" ใช่ครับ มนุษย์ ที่คุณๆเรียกมันว่าคนนั้นแหละ....
แล้วถ้าหากว่าคุณต้องการจะถามคำถามต่อไปว่า "ไอ้คนอย่างผมทำอะไรเมื่อตะกี้นี้?" ก็ได้ ผมก้จะตอบให้
ผมอยากจะทุบไอ้กล่องดำดำสี่เหลื่ยม สี่เหลี่ยม กล่องนั้นให้มันสิ้นซาก ให้มันหายไปพร้อมกับเพลงห่วยๆที่เปิดกรอกหูของผมมาตั้งแต่ผมตื่นจนถึงตอนนี้
เออ ทางที่ดี ผมน่าจะไปเผาสถานีของมัน หรือว่า เจ้าของเพลงพวกนั้นดี ที่ไม่รู้จักคิดที่จะเอาเพลงอื่นๆมาใส่หัว
คนฝันอย่างพวกเราบ้าง ทำไมมันถึงมีแต่เพลงรัก รัก รัก รัก โดยที่พวกคุณยังคงฆ่ากันตายวันละหลายร้อยศพ
แล้วคุณจะเปิดเพลงรักให้มันช้ำใจไปทำไมกัน
ผมก็คงทำได้แค่หงุดหงิดกันสิ่งเหล่านั้นเสียมากจนเกินไปแล้วหละ
งั้นเดี๋ยวผมมา.....
2.
"everybody love love song"
ทุก ทุก คน รัก เพลง รัก
"I wanna say i hate love song....
ผม ต้อง การ จะ บอก ว่า ผม เกลียด เพลง รัก ....
and all about love "
และ ทุก อย่าง ที่ เกี่ยว กับ ความ รัก
Love is Suffering....
3.
"เราคงไปด้วยกันไม่ได้...เลิกกันเถอะ"
ประโยคคำพูดที่ออกมาจากคนที่ผมเคยไว้ใจที่สุดได้ทำให้ผมต้องจมปรักอยู่ในห้องขนาด 5x4 เมตร กับสิ่งมีชีวิต
อีกหลายประเภท ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีคนหน้าสมเภช อย่างผม มันน่ามั้ยหละ
เค้าว่ากันว่า ความรักคือความสวยสดงดงามของหน้าหนาว ที่คอยมีไออุ่นของรักมาทำให้อุณหภูมิของร่างกายนั้นสูงขึ้นตามลำดับ รวมไปถึงดูหนังรัก ฟังเพลงรัก นั้นก็จะสนุกเพลิดเพลินชวนร้องตามได้ และสร้างเกราะป้องกันความคิดในแง่ร้ายตลอดเวลาในการรับรู้ข่าวสารต่างๆ จนกลายเป็นคนประเภทที่ไม่เจียมตัวเอง ไม่เห็นกะลาหัวตัวเอง และก็กลายเป็นคนที่ เกลียดตัวเองมากที่สุด
ผมเคยขึ้นรถเมล์สายเดียวกันเค้า ขึ้นรถไฟด้วยกัน ไปไหนต่อไหนด้วยกันตลอดเวลา ฟังเพลงจากหูฟังคู่เดียวกัน
เต้นท่าเดียวกัน โทรหากัน แต่สุดท้าย ทุกอย่างที่เกิดขึ้น คือนามบัญญัติของคำว่า "ไปด้วยกันไม่ได้"
ผมไม่เคยรังเกียจไอ้กล่องบ้านั่น เพราะมันทำให้ผมเพลิดเพลินใจเสมอมา ช่วยให้ผมผ่อนคลาย
และในทุกสุดทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเคยรักไว้ใจ และทำให้ผมรู้สึกดี คือสิ่งที่กลับมาทำร้ายผมจนไม่อาจจะยืนหยัดได้
ผมไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้จินตนาการถึงภาพในวันเวลาเหล่านั้นได้เลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะไอ้กล่องบ้าใบนั้น
ยิ่งเปิดผมก็ยิ่งเจอ อดีตที่เลวร้ายที่อยู่รายล้อมตัวผม....
4.
อ้าว ยังอยู่เหรอครับ
ขอโทษที่ทำให้เสียเวลารอนะ เพราะผมไม่นึกว่าคุณจะยังรอตัวผมอยู่ ก็จะให้ทำยังไงได้หละครับ
ไอ้เรามันตัวคนเดียวอยู่แล้ว มันไม่มีใครให้มาใส่ใจ ก็เลยไม่มีใครมาใส่ใจด้วยเหมือนกัน ก็เลยไม่ค่อยชินกับการที่มี
ใครมานั่งรอแบบนี้นะ หวังว่าคงไม่ว่าอะไรนะ
อืมม แล้วนี่คือคุณต้องการอะไรอีกหรือเปล่า หรืออยากให้ผมบอกอะไรกับคุณอีก?
ที่คุณเงียบไปนี่คุณหมายถึงอะไร ให้ผมเป็นบ้าพูดอยุ่คนเดียวเหรอไง
แต่ก็ดีนะ อืมม ผมมีเรื่องนึงอยากจะเล่าให้ฟัง ไหน ไหนคุณก็จะนั่งฟังอยู่แล้วนี่
ผมเคยมีผู้หญิงคนนึงมาแอบชอบผม นี่คือผมไม่ได้พูดมั่วไปเองนะ คือมันเป็นแบบนั้นจริงๆนะ
เค้าเข้ามาทักกับผมก่อน อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนั้น ผมเรียนคณะเดียวกับเค้า ทำให้มันง่ายกับการที่เราจะพูดคุยกัน
ใช่ครับ มันง่ายดายที่จะพูดคุยกัน ผมกับเค้าสนิทกันมาก ถ้าหากคุณเห้นภาพตอนที่ผมอยุ่กับเค้าหละก็ คุณจะต้องคิดว่า
ไอ้ 2 คนนั้นมันต้องเป็นแฟนกันแน่นอนเลยทีเดียวแหละ
แต่ก็อย่างว่าผมเองก็ไม่ได้คืดอะไรกับเค้าเกินเลยไปมากกว่าคำว่าเป็นเพื่อนกัน ผมก็เลยทำตัวสนิทกับเค้า บางทีด้วยการที่ผมทำตัวแบบนั้นมันเลยทำให้เกิดความคิดแบบนั้นขึ้น มันอาจจะทำให้เค้าเกิดความคิดว่าผมก็คงชอบเค้าเหมือนกัน
จนกระทั่งวันนึง เค้าก็เข้ามาหาผมแล้วชวนผมออกไปเดินเล่นและบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ด้วยความที่ผมนั้นไม่ได้คิดอะไรกับเค้า ผมก็เลยไปเดินเล่นกับเค้า ใวนนั้น เค้าพาผมไปยังที่แห่งหนึ่งในมหา'ลัย แล้วเค้าก็เล่าตำนานรักของสถานที่นั่นให้ฟัง ก่อนที่จะจะบอกกับผมว่า เค้านะรักผม แน่นอนเวลานั้นผมรู้สึกดีใจนะที่มีคนมารักผม แต่อาจจะเป็นเพราะว่าเวลานั้นผมยังไม่อยากมีใครด้วยหละมั่ง ผมเลยบอกกับเค้าไปว่า
"ขอบคุณนะ ที่รักเราแต่เราว่าเป็นเพื่อนกันไปก่อนดีกว่านะ"
หลังจากนั้นผมก็ไม่มีโอกาสที่จะพูดคุยกับเธออีกเลย ผมรู้สึกแย่มากๆที่ทำให้คนที่รักเรานั้นเสียใจ
แต่ใครจะรู้ว่ามันจะตามทันเร็วขนาดนี้นะ
หรือคุณว่ายังไง?
ผมรู้คุณก็คงคิดเหมือนผม ผมรู้ว่าคุณก็คิดว่า "คุณนี่แม่งเลวเป็นบ้าเลย ไปทำให้คนเค้ารัก แล้วก็ปฎิเสธเค้าไป"
แต่ใครจะเลือกคนที่มันจะใช่สำหรับคุณได้ละ....
5.
"แผลในใจ เจ็บลึกและโหดร้าย ทนต่อไป เจ็บปวดยังทนฝืน
รักมลาย จบลงเพียงชั่วคืน ใจยั่งยืน สิ่งเดียวก็คือรัก เพราะสิ่งนี้ที่ฉันยังหวัง เพราะเธอนั้นคือฝันที่เฝ้ารอ" 6.
คุณคิดเหรอว่าผมจะเจอใครที่อยู่ภายนอกห้องนี้ ที่จะเข้ามาเติมเต็มชีวิตผม?
ผมว่าไม่มีทางหรอกคุณ ถ้ามันมีมันคงมีมานานแล้วแหละ คงไม่ปล่อยให้ผมมานั่งรอแบบนี้หรอก แต่แบบนี้ก็ดีนะ
ถ้าไม่มีไอ้กล่องบ้านั่น ผมว่าห้องนี้น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยนคุณว่ามั้ย?
ที่ที่ไม่มีเพลงรัก ที่ที่ไม่มีอดีต ที่ที่ไม่มีใคร มีแค่คุณกับผม
แต่....
คุณจะอยู่กับผมตอนนี้ใช่มั้ย
งั้นคุณช่วยอะไรผมหน่อย....
7.
"เพียงวันที่มีตลอด ชั่ววันอาจผ่านพ้นไป
เวลายาวนานสักเท่าไร เป็นเพียงความทรงจำ ที่ฉันและเธอเคยมีต่อกัน... แค่เพียงความทรงจำ... ที่เคย... ที่ฉันและเธอคงมีต่อกัน... แค่เพียงความทรงจำ... ที่เคย... ที่ฉันและเธอเคยมีต่อกัน... แค่เพียงความทรงจำ... ที่เคย... เพียงแค่ลืม... เวลา... ที่คุ้นตา... ทุกวันดี ๆ ที่มีต่อกัน... แค่ลืม แค่ลืม... เพียงแค่ลืม... เวลา... ที่คุ้นตา... แค่เพียงความทรงจำ... ที่เคย... ที่ฉันและเธอคงมีต่อกัน... แค่เพียงความทรงจำ... ที่เคย... ที่ฉันและเธอเคยมีต่อกัน... แค่อยากลืม..." 8.
แกร๊ก.....แอ๊ด
"อาจจะเก่าไปหน่อยนะครับ
ห้องนี้ไม่มีใครอยู่มานานแล้วครับ ตั่งแต่เกิดเหตุการณ์ที่เป็นข่าวคราวนั้นนะแหละครับ"
"ค่ะ....ขอฉันอยุ่ในห้องนี้คนเดียวซักครู่ได้มั้ยค่ะ?"
"เออ คุณแน่ใจนะครับว่าอยู่คนเดียวได้?"
"ค่ะ...ฉันแน่ใจ"
"ถ้าอย่างนั้นถ้ามีอะไรก็เรียกผมได้ข้างล่างนะครับ"
"ค่ะ"
ฉันไม่เคยนึกเลยว่าคนที่ฉันตามหาจะทำให้ฉันมาอยู่ในห้องขนาด 5x4 เมตร ห้องนี้
นี่คงเป็นที่สุดท้ายของเค้าบนโลกใบนี้ใช่มั้ยนะ?
นั่นมันกล่องอะไรนะ...
นี่มัน...
9.
"ฉันรู้นะว่าเธอชอบฟังเพลง แต่ก็นะ อยู่หอแบบนี้ไม่เหงาแย่เลยหรอ"
"ก็มีกันบ้างแหละแก จะเอาอะไรมากมาย"
"อืมม ใช่ เรามีอะไรจะให้เธอแหละ"
"อะไรเหรอ?"
"นี่ไง"
"เฮ้...นี่มันวิทยุนี่"
"ใช่ไง เธอจะได้เอาไปเปิดฟังแก้เหงาดีมั้ยหละ?"
"แกนี่น่ารักจิงๆเลยนะเนี้ย ขอบคุณนะ"
"นะ น่ารักแล้วทำไมไม่รักซะหละ"
"จะบ้าเหรอแกเป็นเพื่อนกันนะดีแล้ว"
"เราก็นึกอยู่แล้วว่าเธอต้องพูดแบบนี้ อิอิ"
10.
ฉันหยิบมันขึ้นมาดู มีชื่อด้วยนี่ วิทยุของเรายังอยู่เลยดีใจจัง
อืมม ลองเปิดฟังดูดีกว่า
".................................."
" ..................................
..............เ ร า ก็ รั ก แ ก น ะ "
ขอบคุณนะ
ป.ล.
- ไม่ได้อัพเป็นเรื่องๆนานนะเนี้ย อาจจะเป้นไปได้ว่ามืออาจจะตกได้
- อยากดู Season Change ใจจะขาด
- สนับสนุกการงด"รัก"เข้าพรรษา
- ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย - วันนี้เจอพี่เฮงสัมภาษณ์ทำ VTR งานโคตร 4 แต่...คนเป็นหมื่นดูผม พี่แน่ใจเหรอ?
- เทศกาลสอบกลางภาค
- เห้นเค้าว่ากันว่า Sad Movies น่าดูเหรอ
- โกยเถอะโยมก็น่าดูนะ
- วันที่ 30 กรกฎาคมนี้ Fat Band รอบชิง จะได้ไปดูวงจากศิลปากร เย้ เย้
- น้องกิ๊ฟ สีเขียนจะไป อเมริกา วันอังคารที่ 1 สิงหาคม นี้แล้วนะครับ ขอให้น้องกิ๊ฟเก็บประสบการณ์มาเยอะๆนะ
เพราะว่ามันหายาก - ในชุดนักศึกษาแล้วฉลาดขึ้นจะใส่แม่งทุกวันเลย - 19 สิงหาคมนี้ จะได้พบกับวงภูมิจิต ในคอนเสิร์ตโคตรอินดี้ ครั้งที่ 4 ที่ทศภาคอารีนา - อะไรที่เค้าว่ากูเป็น...กูไม่ได้เป็นซักอย่างเลย
- คิดถึงสิ่งที่เคยบอกไว้ tales >> you'er never "talk" alone...วันศุกร์ที่แล้วผมเกิดอาการคลุ้มคลั่งอยากดูหนังเรื่อง A Stranger of mind ขึ้นมากระทันหัน
ถึงขนาดที่ว่ามุ่งหน้าจากนครปฐมมายังโรงหนัง House ในย่าน RCA เพื่อที่จะมาชมภาพยนตร์เรื่องนี้เลยทีเดียว
"ฉันไม่สามารถอยู่คนเดียวได้"
"คุณมาคนเดียวหรือเปล่าครับ"
เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงในญี่ป่น |