More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  Patzh >> I'd rather danc...PhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

Patzh

View spaceSend a message
Occupation:
Age:
Location:
Interests:
We make music since 2004
now we change from "visitorday" to "The Milligram Percents" is mean Check you drunk

love music visit
visitorday dot com
View space
[TheAnt@Chem]
View space
MaiKunG
View space
ecOnuizer
View space
iiKuiiPÆ
View space
Ich bin B@LL & Ich bin deine Liebe. ^^
View space
MaMo
View space
^_^moo_muy^_^
View space
less is more, more or less in love ...

Patzh >> I'd rather dance, I'd rather dance than talk with you.

G e t t i n g i n t o t h e s w i n g , g e t t i n g i n t o t h e s w i n g . . .

Critic >> Pippin ที่สุดคือจุดเริ่มต้น...

 
 
 
ละครเวทีสุดตระการตาโดย Bangkok arts theater ร่วมกับภาควิชาศิลปะการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
เสนอ ละครเพลงบรอดเวย์เรื่อง "PIPPIN"
 
 
***หมายเหตุ***
- ผมดู Pippin รอบ 19.30 น. ของวันที่ 2 กันยายน 2549
- ก่อนที่ผมจะดู Pippin ผมได้ไปดู "เทพนิยำ คนอลหม่าน นิทานอลเวง" ซึ่งเป็นละครประจำปีของคณะนิเทศศาสตร์จุฬาฯ
- แล้วละครเวทีเรื่อง เทพนิยำ มันบันเทิงมาก จนอาจจะทำให้มีปัญหาในขณะที่ดูเรื่อง Pippin
- บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวจริงๆ โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล
 
 
 

 
 
ผมเดินเข้าสู่โรงละครด้วยความเอิบอิ่มและความสดใสหลังจากที่พึ่งชมละครเวทีเรื่อง"เทพนิยำ ตนอลหม่าน นิทานอลเวง" ของคณะนิเทศศาสตร์จุฬาฯมา
ทำให้ผมนั้นรู้สึกกระปรี่กระเปร่า ซักพักหนึ่ง รวมไปถึงผมได้เห็นวงดนตรีชุดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้างเวทีอันอลังการที่ถูกปิดไปให้อยู่ในความมือมิด เพื่อที่จะรอผู้ชมเข้ามาเสพสรรพสิ่งที่จะเกิดขึ้นในบทต่อไปของละครที่กำลังจะเริ่มเล่นต่อไป...
 
Pippin เริ่มแสดงตามเวลาที่กำหนด โดยที่ละครเรื่องนี้อย่างที่ได้เกริ่นน้ำไว้แล้วว่าเป็นละครบรอดเวย์ ผมเชื่อว่าต้องเป็นเรื่องราวที่สนุกสนานและให้แง่คิดดีๆ อย่างที่ผมนนั้นเคยได้จากละครเวทีของภาควิชานี้(ที่ผมเคยผ่านตามาก็คือ M Butterfly ที่มีเนื้อหาและประเด็นดีมากทีเดียว)  
 
เปิดฉากแรกที่เปิดเจ้าของโชว์ที่เนผู้เล่าเรื่องทั้งหมดด้วยชุดสีขาวบทฉากอลังการพร้อมกับเวทีที่ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้เนื้อที่ข้างใต้ของเวทีในการแสดงได้ ฉากหลังที่เป้นดั่งตู้กระจกที่สามารถจะเปิดเข้าออกรวมไปถึงย้ายมันออกไปจากเวทีนั้นได้ (นับว่าเป็นฉากที่ดูดี และสร้างสรรค์มากทีเดียว)
 
แล้วทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นบนเวที ที่เต็มไปด้วย The Crown ที่พยายามสร้างความบันเทิงให้กับคนดูเพื่อที่จะเปิดตัวของ Pippin ให้กับผู้ชม
 
และมาถึงฉากเปิดตัวฉากนี้สามารถใช้ศักยภาพของเวทีออกมาได้อย่างครบถ้วน โดยการที่นำตัวละครออกมาจากภายในกล่องที่ถูกเจอพื้นข้างล่างเรียนร้อยแล้ว ก่อนที่จะกล่าวถึงความสำเร็จทางด้านการศึกษาของปิ๊ปปิ้น ที่ถือว่าเป็นสิ่งแรกที่ปิ๊ปปิ้นนั้นได้คนพบ
 
แต่...ชีวิตเรามันต้องมีอะไรอีกซิน่า
 
ปิ๊ปปิ้น ออกจากมหาวิทยาลัยแล้วกลับมายังเมืองของตนเอง ที่มีพ่อเป็นกษัตริย์ปกครองอยู่ และขณะนั้นกำลังจะมีศึกสงคราม และแน่นอนปิ๊ปปิ้น เข้าร่วมทำสงคราม และก็ได้รับชัยชนะอย่างที่เป็นอยู่
 
เพียงแต่ว่ารสชาติของชัยชนะ มันก็คงไม่ใช่สิ่งที่เค้าแสวงหาซักเท่าไหร่ เค้าแสวงหาสิ่งที่เค้าต้องการ มันคืออะไรกันแน่ ความสุข หรือ แล้วมันคืออะไรกัน อำนาจ ความเป็นธรรม เรื่องราวมากมายที่กำลังรอให้เค้าคนหากับบุลคลต่างๆอีกมากมายทั้งหลาย ทั้งย่าของเค้า รวมไปถึงการก่อการกบฎ เพื่อที่จะมอบความชอบธรรมให้กับประชาชน จนทำให้เค้าเห็นว่า มันไม่มีความเป็นธรรมเท่าไหร่หรอก บนโลกใบนี้ และปิ๊ปปิ้น ก็ละทิ้งแล้วแสวงหาสิ่งที่เป้นตัวเอง สิ่งที่ตัวเองนั้นต้องการ ทั้งการทำศิลปะ ต่างๆแต่มันก็ไม่ใช่หนทางที่ปิ๊ปปิ้นนั้นต้องการเอาเสียเลย
 
จนมาพบกับแม่ม่ายลูกติดอย่างแคทเทอรีนในช่วงเวลาที่ปิ๊ปปิ้นนั้นหมดหวังอย่างที่สุด เค้าไม่ต้องการที่จะทำอะไร นอกจากอยู่บนเตียง และนอนอย่างไร้จุดหมาย แม้แต่ลูกชายของแคททอรีนมาเล่นกับเค้า พร้อมกับนำเป็นที่เค้าเลี้ยงไว้มาทำความรู้จัก ปิ๊ปปิ้นก็ไม่แยแส จนกระทั่งมาถึงวันนึงที่เด็กน้อยนั้นสูญเสียเป็ดที่เค้าเลี้ยงไป แล้วสูญเสียความร่าเริงไปพร้อมกับมัน ปิ๊ปปิ้นจึงได้ทำทุกอย่างให้เด็กน้อยนั้นกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนดั่งเดิม โดยที่เนเรื่องที่น่าประหลาดใจของแคทเทอรีน มาก
 
ปิ๊ปปิ้นอาศัยอยุ่กับแคทเทอรีน เป็นเวลานาน นานเพียงพอที่จะเกิดความรู้สึกดีๆเกิดขึ้นกับเค้า แต่ทุกอย่างก็ไม่เป้นดั่งใจ เพราะว่าสุดท้ายแล้วเจ้าของโชว์คนนั้น ไม่ต้องการให้แคทเทอรีนเกิดความรู้สึกใดใด กับปิ๊ปปิ้น
 
แล้วยังไงหละ...
 
ทุกอย่างก็พามาถึงฉากจบอันวิเศษ ที่เจ้าของโชว์นั้นประคนมาให้ปิ๊ปปิ้น ได้แสวงหาความสุขที่ตนนั้นต้องการ ความหมายของชีวิตที่ปิ๊ปปิ้นนั้นแสวงหาชั่วชีวิต ฉากจบอันวิเศษนั้นไม่ใช่อะไรนอกจากการที่ให้ปิ๊ปปิ้นลงไปนอนบนกองเพลิงที่พร้อมจะแผดเผากายของเค้าให้เป็นเถ้าธุลี เพียงแต่ ปิ๊ปปิ้นนั้นไม่ได้ต้องการฉากจบแบบนั้นเสียแล้ว เมื่อแคทเทอรีนและลูกชายของเธอเดินออกมา แล้วปิ๊ปปิ้นก็พร้อมจะเลือกเธอ
 
ทุกอย่างกับสู่สามัญ ไม่มีฉากอันสวยหรู ไม่มีดนตรีบรรเลง ไม่มีเสื้อผ้าที่สวยงาม ไม่มีแม้แต่ไฟที่จะสาดส่องพวกเค้าให้เฉิดฉาย มีเพียงเค้าทั้ง 3 จับมือกัน ในฉากจบที่สุดแสนจะสามัญ
 
จบด้วยความหมายง่ายๆของชีวิต
 
ความรัก...
 
 
 

 
Comment
- เรื่องแรกเลยที่มีปัญหามากๆสำหรับการดูละครเรื่องนี้ คือไม่มีช่วงจังหวะหยุดพักของคนดู ด้วยเนื้อหาสาระที่เกิดขึ้น อาจจะเป้นเพราะฉากที่พร้อมจะเอามาใช้ได้ทุกเมื่อ เลยทำให้ไม่มีการพักของนักแสดงและคนดู บางทีจึงยังไม่มีการเรียนเรียงความคิดหลังจากที่ดูในแต่ละฉากเสร็จ ทำให้เกิดการล้าในบางช่วง (โดยเฉพาะช่วงกลางๆที่ปิ๊ปปิ้นนั้นทำการกบฎ ต่อพ่อของตนเอง นั้นมีเนื้อหาข้องข้างเยอะและควรจะมีช่วงพักลำดับความคิด) รวมไปถึงไม่มีเบรคขั้นกลางให้พักเหนื่อยกันเสียด้วย ถ้ามีเบรคขั้นกลางอาจะทำให้มีความสุขมากกว่านี้ก็เป้นไปได้

- เรื่องของเพลง เกิดการเปรียบเทียบในเรื่องของเพลงประกอบในการเล่าเรื่อง เพราะละครเวทีของจุฬา ก็ดันเป็นละครเพลงและเป็นละครเพลงที่ดีอีกตะหาก มันเลยเกิดข้อเปรียบเทียบไล่มาได้ดังนี้
1. เรื่องของการร้อง ที่ต้องเปล่าเสียงร้องออกมานั้น นักแสดงมีปัญหาในการควบคุมเสียงมาก อาจจะเป้นเพราะต้องเดินไปร้องไปด้วยกระมัง แต่ในเรื่องนี้มีนักแสดงคนนึงที่เสียงดีจริงๆนั่นก็คือคุณพิจิตา (ลูกหว้า ดูบาดู) ที่ร้องเสียงออกมาได้ดีเสียจริง
2. เรื่องของการเรียบเรียงเพลง ดนตรีดี แต่มีปัญหาที่เนื้อร้อง เนื้อร้องไม่สามารถที่จะบ่งบอกรวมไปถึงนำพาเราไปยังเรื่องราวที่ต้องการจะบ่งบอกได้ดีเท่าที่ควร ทั้งที่ละครเพลงควรจะใช้เพลงให้เป้นจุดแข็งในการเล่าเรื่อง ก็ถือว่ายังไม่ดีนักในจุดนี้ (แต่ก็พอทำใจได้เพราะรู้ว่ามันทำยาก)
3. จังหวะปล่อยเพลงมาในเรื่องนั้นดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ บางจังหวะอาจจะดูพร่ำเพื่อไปบ้าง แต่ก็พอรับได้ในบางจังหวะ ถ้าใช้วิธีการพูดธรรมดานั้นอาจจะดีเสียกว่า

- เรื่องราวของดนตรีที่มีในเรื่อง มีปัญหามาก คือดนตรีนั้นรกเกินไปบางจังหวะนั้นไม่มีเสียงดนตรีก็ได้ แต่เรื่องนี้จะมีดนตรีคลอตลอดจนบางทีนั้น เนื้อหาที่สำคัญที่นักแสดงกำลังจะบอกกล่าวกับผู้ชมนั้นดูด้อยลงไป แต่ก็ขอชมวงดนตรีวงนี้ที่แสดงได้ดีและ ไพเราะมากๆในบางฉาก 

- การแสดง ชื่นชมผู้ที่แสดงเป็นเจ้าของโชว์จริงๆ เพราะว่าเรื่องนี้คือเรื่องของเค้า เค้าแสดงได้บทบาทและดึงความสนใจของเราไปได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยที่นักแสดงหลายๆคนก็เล่นดี โดยเฉพาะกลุ่ม dancer ที่ทำหน้าที่ได้ดีจริงๆ ยอมรับเลย คุณย่าของปิ๊ปปิ้นรวมไปถึงคุณลูกหว้าที่รับบทเป็นแคทเทอรีน เทอแสดงได้ดีจริง การแสดงของเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นหน้าตาของละครโดยแท้ แต่ในบางการแสดงก็ดูเยิ่นเย้อไปบ้าง ก็ให้อภัยกันได้
 
- เรื่องของ stage ผมชอบมากเลยครับ สำหรับ เรื่องของเวทีที่ถูกทำขึ้นในละครเรื่องนี้ มันแสดงให้เห็นและถูกใช้ได้เต็มศักยภาพของนักแสดงและ เรื่องราวทั้งหลาย มันช่างดูง่ายและยอดเยี่ยมจริงๆ
 
 
ให้คะแนน
เต็ม 5 ได้ : ***
 
 
โดยรวม ผมยังชอบความบันเทิงในรูปแบบนี้ แต่เรื่องนี้แล้วเนื้อหา เป็นสิ่งที่สำคัญรวมไปถึงการที่แสดงออกว่าเป็นบรอดเวย์ มันยังทำได้ไม่ถึงจริงๆ ในความรู้สึกของผม ถ้าหากว่ามันดีกว่านี้ มันจะเป็นละครที่สนุกและมีประเด็นเนื้อหาที่แฝงข้อคิดต่างๆนานาเอาไว้ให้กับผู้ชมมากมายเลยทีเดียว
 
 

 
 
ป.ล.
- ช่วงนี้งานเยอะ
- ความซวยเยอะ
- โทรศัพท์เจ๊งสนิทแล้วนะครับ
- seasonschange 4 วันได้ไป 35 ล้านแล้วครับ เตรียมฉลอง 50 ล้านกันได้เลย
- ละครเวทีวารสาร มธ. "ขบวนการ 5 สี V-Ranger" สนุกครั้ง ชอบนะดูบันเทิงดี เต็ม 5 ผมให้ 3.5 อะ
- ส่วนละครเวทีของนิเทศจุฬาฯ "เทพนิยำ คนอลหม่าน นิทานอลเวง" เพลงดีมากครั้ง แล้วก็สนุกสนานตามแบบนิเทศ เต็ม 5 ให้ 4 เลยอะ (ถ้ามีตังจะซื้อ CD)
- อยากดูหนังมากเลย หนังมีให้ดูเยอะเหลือเกิน
- หนังสือ Behind-the-scene Novel ของ Seasonschange เขียนดีมากเลยแนะนำๆ
- อะไรที่เค้าว่ากูเป็น...กูไม่ได้เป็นซักอย่างเลย
- วันที่ 9 เดือน 9 ไปดู"ด้วยเกล้า"
- คิดถึงสิ่งที่เคยบอกไว้
 
 
 
 
 
 
 
 
 

help >> somebody need someone help?

 
 
ครั้งนี้จะเป็นการอัพสเปซเพื่อที่จะทำให้วงการเพลงไทยดีขึ้น
และอัพเพื่อที่จะช่วงเหลือวงดนตรีไทยวงหนึ่งที่กำลังสร้างผลงานดีๆให้พวกเราๆได้ติดตาม
 

 
 
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2549
ได้มีการจัดงานคอนเสิร์ต"โคตรอินดี้ ครั้งที่ 4" ขึ้นที่ท่าเรือกรุงเทพฯ
 
โดยที่ในงานนี้มีวงดนตรีที่เป็นความหวังของวงการเพลงไทยที่กำลังเฝ้ารอความหวังเหล่านั้นอยู่
วงดนตรีวงนั้นชื่อวง"ภูมิจิต"
 
บทเพลงที่ถูกเขียนผ่านมุมมองของผู้คนที่อยู่ภายในสังคม บทเพลงที่ถูกขัดเกลาเพื่อที่จะสะท้อนความเป็นตัวตน
และบทเพลงที่ทำให้ความเราได้เข้าใจพื้นที่ของเรามากขึ้น
 
ความหวังเล็กๆของวงดนตรีภูมิจิตที่ต้องการจะนำเสนองานของตนเองออกมาโดยที่ไม่ผ่านค่ายใดๆ เริ่มเกิดอุปสรรค์
ซึ่งอุปสรรค์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นก็คือเรื่องของ"เงิน"ที่กำลังจะหมดลงไปทุกวันและทุกวัน แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดความพยายามของเค้า
 
เสื้อที่ถูกออกแบบมามีข้อความว่า "Found and lost and poomjit and found and lost and lost and lost and lost..."
ได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับวงเพื่อที่จะมาทำการบันทึกเสียงของอัลบัมเต็มชุดแรกของวง ในราคาตัวละ 200 บาท
โดยที่มีความตั้งใจว่าจะได้เวทีโคตรอินดี้ในการเล่นและขอความช่วยเหลือในการสนับสนุนตรงจุดนี้ ต่อจากข้อความนี้เป้นต้นไปนี่คือข่าวร้าย...
 
วงดนตรีภูมิจิต ได้ถูกจัดวางตารางไว้ในช่วงที่จัดได้ว่ายอดเยี่ยมเป้นวงที่เล่นก่อนวง playground และ paradox ถึงแม้ว่าตามตารางนั้นจะอยู่ดึกซักนิด แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่าแรงดึดดูดของวงดนตรีอย่าง playground และ paradox จะทำให้ผู้ชมนั้นอยุ่ดูวงเค้าก่อนที่ได้ชมวงโปรด และได้ทำความรู้จักกับเพลงของเค้าก่อนที่จะตัดสินใจในการช่วยเหลือ
เรื่องน่าเศร้าที่สุด ภูมิจิต ได้เล่นเวลา 24.00 น. ซึ่งในขณะนั้นตำรวจ ส.น.ท่าเรือได้เข้ามาและขอให้ผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีนั้นออกจากงาน
 
ทุกอย่างคิดว่าจะจบลงแค่นั้น แต่เมื่อตำรวจนั้นต้องการที่จะขอให้ยุติงานคอนเสิร์ตโคตรอินดี้ 4 ลง แฟนเพลงทุกคน ผู้จัดงาน ศิลปิน ต่างมีความรู้สึกคล้ายคลึงกัน นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เคยเกิดมาแล้วในโคตรอินดี้ครั้งที่ 2 ซึ่งได้มาเกิดซ้ำในครั้งนี้และเกิดขึ้นกับวงที่ทุกๆคนต้องการที่จะเห็น และมีความสำคัญของงานนี้ ทำให้ความรุ้สึกของทุกคนนั้นย่ำแย่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่อยากที่จะให้เกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
 
และพอเกิดเหตุการณ์นี้ทำให้สถานการณต่างๆได้ย่ำแย่ลงเมื่อยอดขายเสื้อของวงก็ไม่ดีนัก และเงินที่เอาม